ภาษาไทย language english

ประวัติของสมาคมฯ

ประวัติความเป็นมาของสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย

สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย (Thailand DanceSport Association) ชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า TDSA เป็นสมาชิกถาวรของสหพันธ์กีฬาลีลาศนานาชาติ (International DanceSport Federation : IDSF) ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นสหพันธ์กีฬาลีลาศโลก (World DAnceSport Federation : WDSF) ที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล IOC (International Olympic Committee) นอกจากนี้สหพันธ์ฯยังเป็นสมาชิกของ “GAISF” Gerneral  Association of International Sport. “IWGA” International World Games Association. “ARISF” Association of The IOC Recognized Sport Federations. ปัจจุบันสหพันธ์กีฬาลีลาศโลก มีสมาชิกรวม  91  ประเทศ และมีสมาชิก 65 ประเทศได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการโอลิมปิกในประเทศ (National Olympic Committee : NOC) และการกีฬาแห่งประเทศไทย (Sports Authority of Thailand : SAT) สมาคมฯ มีชื่อเดิมว่าสมาคมลีลาศสมัครเล่น (ประเทศไทย) ริเริ่มก่อตั้งขึ้นโดยนายสิทธิชัย  ปรียาดารา ซึ่งมี นายจรัญ  เจียรวนนท์  เป็นนายกสมาคมฯคนแรก และดำรงดำแหน่งจนปัจจุบัน นอกจากนี้สมาคมฯ ยังได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นนายกกิติมศักดิ์และประธานที่ปรึกษา อีกด้วย

เริ่มจดทะเบียนสมาคมฯเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2535 จุดประสงค์ของการก่อตั้งสมาคมฯในครั้งนั้น เพื่อเป็นแกนกลางในการส่งเสริมกีฬาลีลาศให้แพร่หลาย และพัฒนาลีลาศให้เป็นมากกว่ากิจกรรมทางสังคม  คือความเป็นกีฬาลีลาศที่มีมาตรฐานสากล และมีกฏ กติกา มารยาท เพื่อพัฒนาไปสู่ความเป็นกีฬาลีลาศในรูปแบบของการแข่งขัน

สมาคมฯ ได้จัดงานเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2535 โดยมีคำขวัญของสมาคมฯ ว่า

“กีฬาลีลาศ เพื่อสุขภาพ มิตรภาพ บุคลิกภาพ สังคม และบันเทิง” และมีวิสัยทัศน์ ของสมาคมฯ ว่า

“พัฒนากีฬาลีลาศ สู่ความเป็นเลิศระดับโลก และประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกีฬาลีลาศแห่งเอเซีย”

ต่อมาในวันที่ 4 กันยายน 2540 คณะกรรมการโอลิมปิกสากล IOC ได้ประกาศให้การรับรองลีลาศอย่างเป็นทางการให้เป็นหนึ่งในชนิดกีฬาภายใต้กฎ กติกา ของโอลิมปิกสากล ในขณะเดียวกัน สหพันธ์กีฬาลีลาศแห่งเอเซีย (Asian DanceSport Federation : ADSF) ก็ได้ก่อตั้งขึ้น โดยมีนายสุชัย เพียรพัฒนางกูร เป็นประธานสหพันธ์ฯคนแรก โดยได้รับการสนับสนุนจาก สมาชิกภาคพื้นเอเชียหลายประเทศ เพี่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสภาโอลิมปิกแห่งเอเซีย (Olympic Council of Asia: OCA) โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะพยายามผลักดันให้กีฬาลีลาศเข้าเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาของการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2541 ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จได้เข้าร่วมเป็นกีฬาสาธิตในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 “บางกอกเกมส์” ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของโลกที่ลีลาศได้เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬา ภายใต้กฏ กติกา ของโอลิมปิก  และในครั้งนั้นนักกีฬาลีลาศของประเทศไทยได้รับรางวัลเหรียญทองในประเภท Latin American

          ผลจากการที่โอลิมปิกสากลได้รับลีลาศให้เป็นกีฬา ทำให้คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้การรับรองกีฬาลีลาศและให้สมาคมลีลาศสมัครเล่น(ประเทศไทย) เป็นองค์กรที่รับผิดชอบในการจัดการแข่งขัน และส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติและระดับโลก เพื่อชื่อเสียงของประเทศชาติต่อไป  ต่อมาผูและได้เปลี่ยนชื่อจากเดิม สมาคมลีลาศสมัครเล่น (ประเทศไทย) เป็นสมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นอาชีพหรือสมัครเล่น สอดคล้องกับกฎระเบียบของสหพันธ์กีฬาลีลาศโลก WDSF หลังจากนั้น กีฬาลีลาศก็ได้เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติและกีฬาเยาวชนแห่งชาติ โดยเริ่มจาก เข้าร่วมเป็นกีฬาสาธิตในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 15 “ยะลาเกมส์” ที่จังหวัดยะลา และได้เข้าร่วมในกีฬาแห่งชาติอย่างเป็นทางการในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32 “มหานครเกมส์” ณ  กรุงเทพมหานคร  กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 16 “เมืองช้างเกมส์” ณ จังหวัดสุรินทร์  และทุกปีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการจัดการแข่งขันในระดับนักเรียน นักศึกษา อาทิ กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ กีฬาโรงเรียนสาธิตแห่งประเทศไทย  กีฬานักเรียนกรุงเทพมหานคร กีฬาเสริมทักษะวิชาชีพ

กีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย เป็นต้น ตลอดจนถึงระดับองค์กร อาทิ กีฬารัฐวิสาหกิจ กีฬาบุคลากร และกีฬาผู้สูงอายุ (Masters Games)

          จากอดีตถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 20 ปี สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ อาทิเช่น

          1. การจัดกิจกรรมลีลาศเพื่อสุขภาพ  งานแพรวพราวดาวลีลาศ งานละ 1 ครั้งต่อเดือน ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปี เพื่อเปิดโอกาศให้สมาชิกของสมาคมฯได้ออกกำลังกายและพบปะสังสรรค์กัน

          2. การจัดโครงการอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาลีลาศและผู้ตัดสิน โดยได้รับการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย

ปีละ 4 ครั้ง แบ่งเป็นระดับขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง และระดับผู้ตัดสิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ถึงปัจจุบัน

          3. การจัดงานลีลาศต้านยาเสพติดและการแข่งขันกีฬาลีลาศ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปหันมาเล่นกีฬา ห่างไกลยาเสพติด ณ อาคารลีลาศสวนลุมพินี

          4. การจัดการแข่งขันกีฬาลีลาศชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาลีลาศไปแข่งขันต่างประเทศ

          5. การจัดการแข่งขันระดับโอเพ่น เช่น เชียงใหม่โอเพ่น ระยองโอเพ่น ระนองโอเพ่น พิษณุโลกโอเพ่น บ้านฉางโอเพ่น สงขลาโอเพ่น สุรนารีโอเพ่น ฯลฯ

          6. การจัดการแข่งขันระดับนานาชาติและระดับโลก อาทิเช่น

                   - การแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “The Queen’s Cup DanceSport Championships (Open to the World) 1996”

                   - ร่วมกับกรุงเทพมหานครจัดการแข่งขันกีฬาลีลาศนานาชาติ The Bangkok Cup 2000 DanceSport Championships (Open to the World)

                   - การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาลีลาศเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ The 1st Asian Indoor Games 2005  ณ  กรุงเทพมหานคร

                   - ร่วมกับกรุงเทพมหานครจัดการแข่งขันกีฬาลีลาศยุวชนโลก Internation Children Games 2006

                   - การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเซาท์อิสเอเซียเกมส์ The 24th Sea Games 2007  ณ จังหวัดนครราชสีมา

                   - การจัดการแข่งขันกีฬาลีลาศชิงชนะเลิศแห่งเอเซีย IDSF Asian DanceSport Championships 2007  ณ  กรุงเทพมหานคร

                   - การจัดการแข่งขันกีฬาลีลาศชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี

The “King’s Cup” Thailand Open DanceSport Championships (WDSF World Open Standard & Latin)

                   - การจัดส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันยังต่างประเทศในรายการแข่งขันกีฬาลีลาศระดับเอเซีย

ระดับนานาชาติ และระดับโลก ในรุ่นต่างๆ อาทิเช่น Asian Championships, Asian Pacific Championships, WDSF Open, World Open, World Championships,

          7. จากการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องรวมถึงผลงานที่โดดเด่นของสมาคมฯทำให้ปัจจุบันมีนักกีฬาลีลาศที่ขึ้นทะเบียนกับการกีฬาแห่งประเทศไทยทั่วประเทศกว่า 3,000 คน และ ได้รับการโหวดจากสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ให้เป็น “สมาคมพัฒนาดีเด่น” ประจำปี 2551 จากสมาคมกีฬาทั่วประเทศ

โดย : - 13:23:38 24/03/2014